.
ตอนเห็นข้อความนี้คิดว่าเหมาะกับการเล่นหุ้นมาก โดยเฉพาะเรื่องการฝึกสังเกตเพื่อให้เห็นโอกาสมากกว่าคนอื่น (notice more)
ถ้าติดตามบทความในเวบจะเห็นว่าผมชอบใช้คำว่า ‘สังเกต’ อยู่บ่อยๆ
เพราะสิ่งนึงที่ผมเห็นในความแตกต่างระหว่างคนที่เล่นหุ้นเก่งจริงๆกับคนเล่นหุ้นในระดับทั่วไปคือ
‘ความขยันและการหมั่นสังเกตสิ่งต่างๆ เพื่อหาโอกาสในการลงทุนอยู่เป็นประจำ’
คนเก่งจริงมักจะมีสัญชาตญาณและสามารถสังเกตเห็นโอกาสดีๆได้เร็วกว่าคนอื่น
หรือมีมุมมองและแนวคิดบางอย่างที่ ‘แตกต่าง’ จากคนส่วนใหญ่อยู่เสมอ
ในตลาดการเงินที่คนชนะคือส่วนน้อย มันทำให้เราไม่ควรคิดและทำอะไรเหมือนคนอื่นมากเกินไป (หรือในจังหวะที่ผิด)
ซึ่งความสามารถและสัญชาตญาณในด้านนี้ จะเกิดขึ้นได้จากบทเรียนและประสบการณ์ รวมถึงการฝึกฝนตัวเองอย่างต่อเนื่องยาวนาน
และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนที่เล่นหุ้นเก่งจริงจะสามารถเอาตัวรอดอยู่ในตลาดหุ้นไปได้เรื่อยๆ
ไม่ว่าภาวะตลาดในแต่ละปีจะดีหรือแย่ยังไงก็ตาม
ลองดูตัวอย่างการสังเกตตามนี้นะครับ
– คนที่หมั่นสังเกตขยันหาหุ้นดีๆ คอยอัพเดต watch list อยู่เป็นประจำ เขาจะสามารถหาหุ้นที่น่าเล่นได้อยู่เรื่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองจากพื้นฐานหรือกราฟก็ตาม เพราะในแต่ละปีก็จะมีหุ้นตัวใหม่ๆที่มีแนวโน้มน่าสนใจให้เราเทรดอยู่เสมอ
ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักมีปัญหาเรื่องการหาหุ้นหรือยึดติดอยู่กับหุ้นตัวเดิมๆ ทำให้ต้องคอยพึ่งคนอื่นมากเกินไป หรือสมัยนี้อาจจะคอยลอกตาม facebook ตามกลุ่ม line
ซึ่งข้อเสียก็คือ ทำให้พวกเขาไม่ได้ฝึกฝนทักษะการคัดเลือกหุ้นที่ดีด้วยตัวเองได้ซักที และต้องคอยพึ่งพาคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
– คนที่คอยสังเกตตลาดอยู่เป็นประจำ จะสามารถเห็นสัญญาณสำคัญต่างๆได้ไวกว่าคนอื่น
ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ หรือสัญญาณอันตรายที่ตลาดและหุ้นส่งออกมา
ทักษะนี้จะทำให้เขาสามารถปรับตัวได้ทันท่วงทีอยู่เสมอ และจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องติดดอย ขาดทุนหนัก หรือตกรถ มารบกวนในกระบวนการเทรด
หรืออย่างในตลาดหมีที่มักจะมี bear trap หลายรูปแบบ เช่น การเด้งแรงๆมาเทสเส้นสำคัญแล้วลงต่อ
, การทำราคาปิดเดือน/ไตรมาส ของกองทุน-สถาบัน
, pattern ที่ใช้ได้ตอนตลาดดี เริ่มใช้ไม่ได้ ฯลฯ
การสังเกตสิ่งเหล่านี้และปรับตัวไปด้วยกัน ก็จะช่วยให้เรารอดจากกับดักช่วงตลาดไม่ดีได้เช่นกัน
– การสังเกตอารมณ์ หรือ sentiment ของคนในตลาด รวมถึงการใช้ประโยชน์จาก ‘ข่าวร้าย’ ก็สามารถช่วยในแง่ที่ว่า
หากมุมมองของคนส่วนใหญ่เริ่มไปในทิศทางไหนมากๆ มันมักจะไม่เป็นไปตามที่คนคาดเดากันไว้
อย่างเช่นในช่วงที่มีแต่ข่าวร้ายเยอะๆ นักวิเคราะห์-กูรูมองลงมองแย่หมด , คนไม่กล้าเล่นหุ้นหรือล้างพอร์ตกันไปหมดแล้ว
แต่หุ้นที่เราสังเกตดูอยู่เริ่มไม่ลงกัน-ตลาดเริ่มยืนได้หรือกลับตัว
จังหวะแบบนี้อาจเป็นโอกาสในการทยอยซื้อหุ้นที่เราดูอยู่ก็เป็นได้
(แต่ช่วงที่ทุกอย่างดูดี คนมองแง่บวกมากๆ เราก็ต้องคอยสังเกตในมุมกลับกัน)
– การฝึกสังเกต price pattern จากของจริงเพิ่มเติมนอกเหนือจากตำรา ก็มักจะทำให้ได้แนวคิดและเทคนิคใหม่ๆ
และยังช่วยให้หลีกเลี่ยงการเข้าเทรดรูปแบบเดียวกับคนอื่นได้พอสมควร (same pattern / crowed trade)
– คนที่ขยันศึกษา case study ของตลาดและหุ้นนำตลาดย้อนหลัง จะสามารถสังเกตเห็น pattern หรือปัจจัยร่วมของหุ้นนำตลาดในอดีตกับหุ้นตัวใหม่ๆที่กำลังวิเคราะห์อยู่ได้อย่างชำนาญ
และทำให้เขาสามารถฉกฉวยโอกาสได้อย่างเต็มที่ เมื่อเจอหุ้นตัวใหม่ที่มีโอกาสขึ้นได้แรงแบบหุ้นนำตลาดในอดีต
ดังนั้น ‘แค่หมั่นสังเกต’ เราก็จะเห็นโอกาสมากกว่าคนอื่นครับ
A person of sharp observation and sound judgment rules over things…and keeps things from ruling him.
There is nothing he cannot discover, notice, grasp, understand.
– Baltasar Gracian
.
Blog 61 : ‘โอกาสเกิดจากการสังเกต’
24 มกราคม 2016
สุดยอดคับ
ขอบคุณครับ